จากเว็บไซต์ฝรั่งอีกแล้ว อ่านดูแล้วเข้าท่าดี นึกถึงตอนตามจีบสาวใหม่ๆ คุ้นๆยังไงไม่รู้...

 

ข้อแนะนำต่อไปนี้ใช้เพื่อกำจัดความประหม่าเขินอายที่บรรดาหนุ่มๆไม่กล้าที่จะเข้าหาสาวๆที่หมายตาเอาไว้ อ่านให้เข้าใจแล้วปฏิบัติตาม คุณก็จะสามารถเอาชนะความประหม่าและเริ่มประสพความสำเร็จแทนที่จะยืนหลบอยู่ข้างๆเพื่อดูหนุ่มอื่นๆ เข้าหา ดึงดูดใจ ผูกมิตร  จูงใจ หญิงสาวเหล่านั้นที่คุณหมายตาเอาไว้

 

หนึ่งในอุปสรรคสำคัญสำหรับหนุ่มขี้อายในการเข้าหาหญิงสาวก็คือ ความกลัว กลัวที่จะถูกเตะเด้งออกมา กลัวว่าไม่รู้จะพูดว่าอะไร? และกลัวว่าจะทำท่าวางตัวอย่างไร?

 

เชื่อผมเถอะ, ไม่มีอะไรต้องกลัวนอกจากความกลัวเอง ความกลัวและความวิตกกังวลจะก่อให้เกิด ผลทางด้านจิตวิทยาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน และถ้ามีอะไรที่จะมาขัดขวางคุณในการจับผู้หญิง มันก็คือความกลัวนั่นเอง...

 

ความกลัวที่จะถูกหญิงปฏิเสธสามารถที่จะทำให้ความพยายามที่จะจับหญิงเป็นอัมพาตไป  ให้ยอมรับความจริงว่าคุณจะถูกเขี่ยกระเด็นออกไปแน่ๆไม่วันใดก็วันหนึ่ง  ใช่ว่าการถูกเขี่ยโดยหญิงสาวจะหมายถึงคุณไร้ค่า มันมีหลายๆเหตุผลที่หญิงจะไม่สนใจคุณในห้วงเวลาหนึ่งๆ เหตุผลส่วนใหญ่แทบจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณเป็นการส่วนตัวเลย การถูกเขี่ยหรือปฏิเสธนั้นก็เป็นแค่ความเสี่ยงที่คุณจะต้องเตรียมรับอยู่แล้วและถ้ามันเกิดขึ้นย่อมไม่ใช่จุดจบของโลกเช่นกัน....

 

ให้จำเรื่องนี้ไว้ให้ดีถ้าคุณถูกหญิงปฏิเสธ ไม่ว่าจากหญิงสาวกี่คนต่อกี่คนหรือแสดงอาการไม่สนใจใยดี คุณต้องรู้ว่ายังมีหญิงอีกหลายคนอยู่ที่นั่น และหลายคนในนั้นก็อาจจะยินดีที่จะรู้จักกับคุณก็ได้....

 

เพื่อเอาชนะความกลัวนี้และประสพความสำเร็จในการจีบหญิง คุณต้องเข้าหามันเหมือนกับคุณกำลังจะกระโดดลงทะเลที่เย็นยะเยือกเพื่อว่ายน้ำ ทุ่มตัวเองเข้าใส่แล้ว แอ็คชั่น!!

 

คุณต้องทำการฝึกฝนการจีบหญิง แน่นอนคุณอาจจะถูกปฏิเสธบ้าง เราทุกคนล้วนเจอสถานการณ์เช่นนั้น แล้วมันจะเป็นอะไรถ้าจะถูกปฏิเสธ ยังไงคุณก็อาจจะไม่ได้เจอเธออีกเลยก็ได้ ด้วยการฝึกฝน คุณก็จะสร้างความมั่นใจขึ้น นอกจากนี้ ด้วยการยอมรับความจริงที่ว่ามันเป็นเพียงการฝึก แรงกดดันเรื่องความสำเร็จก็จะลดลง

 

เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับคุณหรือไม่ คุณเห็นหญิงสาวสวยคนหนึ่งและอยากรู้จักเธอมาก อยากมีนัดและมีสัมพันธ์ภาพชนิดลึกซึ้งกับเธอเหลือเกิน คุณจึงเริ่มพยายามสร้างความกล้าเพื่อเข้าหาเธอ แต่แล้วคุณก็หาข้ออ้างให้ตัวเองที่จะไม่เข้าหาเธอ อย่างเช่น "ผมกลัวเกินไป" หรือ "ผมประสาทแด็ก!!" มัวแต่ครุ่นคิด ถ่วงเวลา คิดกลับไปกลับมา ซึ่งล้วนแต่เป็นกลยุทธการหน่วงเวลาที่ขัดขวางการกระทำของคุณ ถ้าคุณพบว่าคุณกำลังโกหกตัวเองด้วยสิ่งเหล่านี้เพื่อหาข้ออ้าง ให้กันมันออกจากไปจากห้วงความคิดและเข้าหาหญิงสาวคนนั้นเลยทันทีและตรงนั้นเลย อย่าเลียเวลาแม้แต่น้อยไม่อย่างนั้นคุณก็อาจจะได้เห็นหญิงคนแล้วคนเล่าเดินหนีไปจากชีวิตคุณ ดังนั้นอย่าหน่วงเวลาที่จะเข้าไปคุยกับเธอ หรือไม่อย่างนั้นก็จะได้พบตัวเองหน่วงเวลาชีวิตไปเรื่อยๆ และปล่อยตัวเองให้พ้นจากห้วงโรแมนติกกับหญิงที่ร้อนและเซ็กซี่คนนั้น....

 

ให้กำจัดความคิดที่ว่าผู้คนกำลังมองคุณ และประเมินคุณอยู่ตลอดเวลา คนที่มีอาการอย่างนี้จัดอยู่ในพวกขี้อายที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับความกลัวที่ว่าจะถูกประเมินในทางลบอยู่ตลอด และเหตุผลสำคัญที่คุณรู้สึกว่ากำลังถูกมองอยู่ก็คือ คุณทำมันกับคนอื่นเหมือนกัน....

 

ทางแก้ในเรื่องนี้คือ หยุดนิสัยการตัดสิน หรือประเมินคนออกไปและต้องหยุดความคิดที่ว่าผู้คนก็กำลังทำอย่างนั้นกับคุณ จงอย่ากังวลเกี่ยวกับผู้คนที่ประเมินคุณในทางไม่ดี เพราะเหตุผลก็คือพวกเขาเหล่านั้นคิดว่าดีกว่าคุณนั่นเอง แล้วมันเป็นอย่างนั้นหรือไม่ล่ะ?....  

 

ศิลปะการจูบผู้หญิงสำหรับหนุ่มบริสุทธิ์.......(แปลเค้ามา)

 

ในช่วงท้ายของการเดทมักจะเป็นห้วงเวลาที่น่ากระอักกระอ่วนใจเมื่อคุณจะต้องตัดสินใจว่าต้องการที่จะจูบเธอหรือไม่...

 

นอกจากนี้ ถ้าคุณไม่ได้จูบเธอมันก็จะต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อสร้างความประทับใจ... มันอาจจะไม่ยุติธรรมแต่ผู้หญิงบางคนจะตัดสินคุณจากการจูบครั้งแรกว่าเธอน่าสนใจน่าดึงดูดใจต่อคุณพอที่จะเดทกับคุณอีกหรือไม่? อีกนัยหนึ่ง เธอต้องเกิดความรู้สึกทางปฏิกิริยาเคมีเมื่อเธอจูบกับคุณ

 

ถ้าการจูบของคุณแย่มากๆ คุณก็จะเป็นผู้ล้มเหลวในการสร้างสรรค์ปฏิกิริยาเคมีระหว่างคุณกับคู่เดทของคุณ แล้วไอ้ปฏิกิริยาเคมีที่ว่านี้สำคัญหรือไม่ในการจูบครั้งแรก? พนันได้เลยว่าใช่ และถ้าคุณเป็นนักจูบที่เก่งกาจ คุณก็จะเปิดสวิทช์ของเธอและนำหน้าผู้ชายคนอื่นๆที่ออกเดทกับเธอที่เป็นนักจูบที่แย่ๆ...

 

ดังนั้น, แล้วอะไรล่ะที่ทำให้คุณเป็นนักจูบตัวฉกาจและการจูบที่หญิงสาวที่คุณออกเดทด้วยจะไม่มีวันลืม? กุญแจก็คือ ความนุ่มนวลและอ่อนโยนและตามการนำของเธอ...เพียงแค่นี้เท่านั้นเอง

 

และถ้าคุณต้องการปิดสวิทช์เธอ และปล่อยให้โอกาสสำหรับอารมณ์โรแมนติกและการนัดครั้งต่อไปกับเธอลอยหายไป ก็ได้ทำสิ่งต่อไปนี้....

 

  • - ทำให้รอบๆปากของเธอเปียกไปด้วยน้ำลายของคุณระหว่างการจูบ.... (ผู้หญิงไม่ชอบการจูบที่เปียกและชุ่ม)

 

  • - ระหว่างการจูบรักษาริมฝีปากของคุณให้แข็งเอาไว้.... (คุณจะต้องรักษานุ่มและเต็มไปด้วยความรู้สึก คุณจำเป็นจะต้องรู้สึกถึงริมฝีปากของคุณ เพราะถ้ามันแข็งเหมือนกับหินมันก็จะทำให้เธอรู้สึกเหมือนจูบกับหิน)

 

  • - รักษาปากของคุณให้ปิดเอาไว้....(ได้โปรดเถิดพ่อคุณ เปิดปากของคุณออก ผู้หญิงไม่สนุกหร็อกที่ต้องจูบกับรอยแยกบนใบหน้า...)

 

  • - ที่สำคัญที่สุด อย่าเก็บลิ้นของคุณเอาไว้เฉยๆ เสนอมันให้หล่อนแล้วเล่นฮ็อกกี้ด้วยลิ้นของคุณ...(ปล่อยให้เธอดูดลิ้นของคุณเพราะถ้านั่นคือสิ่งที่พวกหล่อนต้องการ....ไม่ว่าคุณจะทำอะไรอย่าพยายามแหวกริมฝีปากของเธอด้วยลิ้นของคุณ ใช้มันอย่างนุ่มนวลอ่อนโยนและอย่าพยายามที่จะยัดมันลงไปในคอของเธอ....)

 

  • - ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะฝึกการจูบกับใครอย่างเหมาะสม ก็ให้ทำการฝึกกับหลังมือของคุณ นึกเสียว่ากำลังจูบอยู่กับสาวสวยที่ฮ็อตและเซ็กซี่ที่สุดที่คุณพยายามอย่างเอาเป็นเอาตายที่จะมีอะไรกับเธอ นอกจากนี้คุณยังสามารถฝึกการจูบตัวเองบนกระจกได้เช่นกัน...

 

ท้ายที่สุด, ถ้าคุณต้องการที่จะประสพความสำเร็จในความรักกับสาวและตกอยู่ในห้วงของโรแมนซ์ คุณจำเป็นต้องเป็นนักจูบที่ดี...

 

 

 

กำลังคิดสีหรือลุ้นใครอยู่หรือเปล่า? คิดดูหรือยังว่าจะคบกันแบบไหน? ลึกซึ้งจนร่วมหอลงโลงหรือแค่เป็นเพื่อนกัน? รู้มั๊ยว่าเรามักจะทำอะไรเฟอะฟะระหว่างการมีนัดครั้งแล้วครั้งเล่า และความผิดเหล่านั้นก็ทำให้เราต้องเสียคนๆนั่นไปหรืออาจจะได้คนที่เห่ยๆมาแทน ผมได้รวบรวมลิสต์รายการ เรื่องที่ไม่ควรทำเพื่อช่วยให้คุณสามารถแยกแยะปัญหาเพื่อนำมาปรับปรุงประสบการณ์การลุ้นใครสักคนของคุณ ของฝรั่งน่ะจำไม่ได้อีกแล้วว่าเอามาจากไหน...

 

  1. การเล่นเกม:

เมื่อเราเริ่มมีนัด สิ่งแรกคือเรากลัวที่จะถูกเตะโด่ง เชื่อเถอะมันเป็นธรรมชาติของคน ดังนั้นให้เล่นเกมแบบง่ายๆ ดึงตัวเองไว้อย่าเข้าไปเกี่ยวพันใกล้ชิดมากจนเกินไปมันจะช่วยให้เรารู้สึกปลอดภัย ปัญหาเดียวกับการกระทำเยี่ยงนี้คือถ้าเกิดอะไรขึ้นเราอาจจะแยกออกมาอย่างเย็นชาห่างเหิน แต่สำหรับหลายๆคนแล้วนี่คือวิธีการปิดสัมพันธ์อย่างเด็ดขาดจริงจัง ซึ่งเราอาจจะเห็นนัดในฝันเลื่อนหลุดมือหายไปต่อหน้าต่อตา ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่จะพบกับสัมพันธ์แบบรักแท้ก็คือ จริงจังกับมัน ผู้คนจะยอมรับคุณได้ง่ายขึ้นถ้าพวกเขาเชื่อว่าคุณคือของแท้ แต่ต้องมั่นใจน๊ะว่าคนๆนี้น่ะใช่ ดูข้ออื่นๆด้วย

 

อีกเกมหนึ่งที่ผู้คนชอบเล่นกันก็คือ "การปรับเปลี่ยน" การทำอะไรอย่างเช่น บอกใครสักคนว่า "รักเขา" หรือ คุณจะ "โทรหา" เพียงเพี่อให้เขาหรือเธอได้นอนกับคุณ และเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วพวกเขาหรือเธอก็ไม่เคยได้ยินอะไรจากคุณอีกเลย และนี่คืออีกรูปแบบหนึ่งที่ร้ายกาจที่สุดในการ "ปรับเปลี่ยน" ซึ่งได้รับการพิจารณาว่ายอมรับไม่ได้เลยในโลกของการมีนัด...อย่าทำ!!!!

 

พึงเข้าใจว่า มันไม่เป็นไรถ้าจะใส่ความระมัดระวังเข้าไปอีกสักเล็กน้อย ภายใต้ความกล้าหาญและการแสดงความเป็นตัวตนที่แท้จริงออกมาเพราะนั่นจะทำให้คุณได้รับความเชื่อถือและความรักที่แท้จริงกับใครคนนั้นจากการมีนัดในความฝันของคุณ...

 

2. การเคลื่อนไหว อย่างรวดเร็ว

คุณผู้หญิงครับ...ข้อนี้สำหรับพวกคุณ เราทุกคนล้วนวาดฝันเกี่ยวกับอนาคตเอาไว้สวยหรูกับผู้ชายในฝัน ขอบอกอีกครั้งหนึ่ง พวกเราเป็นเพียงมนุษย์ คุณเคยพบว่าตัวเองทดลองนำเอานามสกุลของพวกเขามาใช้กับคุณดูบ้างหรือเปล่า?ขณะที่คุณยังไม่ทันได้ออกเดทครั้งที่สามเลย เอาล่ะถ้าคุณทำ ได้เวลาที่จะต้องช้าลงบ้างแล้ว และนี่คือเหตุผล...โดยปกติในห้วง 3-8 เดือนแรกของการมีความสัมพันธ์ เราจะรู้สึกสนุกสนาน  คุณจะได้อยู่ในความรู้สึกที่ว่า "ตื่นเต้น" หรือ "อาการเท้าลอย" ตามด้วยอาการที่เรียกว่า "ตกหลุมรัก"มีเหตุผลอธิบายได้ว่าทำไมจึงเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้อยู่เหมือนกัน มันเกิดจากสารเคมีในร่างกายที่เรียกว่า อ๊อกซี่โทซิน โดยพิ้นฐานแล้ว สารเคมีชนิดนี้จะมีอิทธิพลเหนือสมองของเราและจะรบกวนขีดความสามารถในการคิดได้อย่างชัดเจนของเรา ดังนั้น จนกว่าคุณจะมีเวลาได้รู้จักกับคนๆนั้นเป็นอย่างดีได้ใช้เวลากับเขาจนรู้ว่าเขาเป็นมนุษย์ประเภทไหนกันแน่ จึงเป็นเรื่องที่ดีที่ต้องระวังไม่ให้เกิดการ ออฟไซต์ เพราะถ้าความหวังของคุณเริ่มสูงขึ้นคุณก็จะพบตัวเองว่ากำลังกินพาราฯเป็นกำๆอยู่ และกำลังจะเสียเดทในฝันของคุณไป ดังนั้นให้ช้าลง...

 

3. คุณกำลังพูดถึงแฟนเก่าอยู่หรือเปล่า? การนำเอากระเป๋าเดินทางใบเก่ามาสู่ความสัมพันธ์ใหม่นั้นสามารถที่จะนำไปสู่หายนะได้เลย แน่นอนพวกเราทุกคนล้วนมีความสัมพันธ์ก่อนหน้ากันทั้งสิ้น และแน่นอนคนรักใหม่ของคุณก็จะพบมันในเวลาไม่นาน แต่ถ้าคุณได้แต่พร่ำพรรณนาถึงแฟนเก่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือชอบนำเอารักปัจจุบันเปรียบเทียบกับรักเก่าอยู่ตลอดเวลา มันก็จะกลายเป็นรักเก่าจริงๆ ในเวลาไม่ช้า...

 

แทนที่จะทำอย่างนั้นให้ใช้เวลาส่วนหนึ่งทำความรู้จักกับคนๆนี้ ให้โอกาสตัวคุณเองในการเริ่มต้นใหม่ พยายามหาทางแก้ปัญหาเก่าๆก่อนที่จะเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ ด้วยวิธีนี้คุณก็จะไม่ยอมให้กระเป๋าเดินทางใบเก่ามาหลอกหลอนการตัดสินใจการกระทำของคุณกับรักใหม่อีก การที่เฝ้าแต่พูดถึงแฟนเก่าอาจจะทำให้คุณสูญเสียนัดในฝันไปได้

 

 

4. ธงแดง

อะไรคือธงแดง? เอาล่ะ นี่คือตัวอย่างหนึ่ง แต่ก็ยังมีอีกมาก มันคือใครสักคนที่คุณมีแผนที่จะพบปะด้วย คุณจึงต้องการเหตุผลหรือข้อพิสูจน์เพื่ออธิบายพฤติกรรมต่างๆว่าทำไมจึงเป็นอย่างนั้น? ใครสักคนที่คุณกำลังเกี่ยวข้องไม่ยอมให้เบอร์บ้าน หรือใครสักคนไม่ยอมแนะนำคุณให้กับครอบครัวหรือเพื่อนๆคุณได้รู้จัก เขาหรือเธอไม่ยอมออกไปที่สาธารณะกับคุณ มีความหยาบคายต่อสัตว์เลี้ยง ไม่ให้ความเคารพครอบครัวของคุณ แน่นอน ที่กล่าวมาทั้งหมดคือ ธงแดง และธงแดงเหล่านี้ไม่ควรละเลยมองข้าม...

แต่ขณะเดียวกันคุณก็ไม่ควรกระโดดลงสู่ข้อสรุปเกี่ยวกับใครสักคนจนกว่าคุณจะมีหลักฐานที่พอเพียงว่ากำลังมีอะไรผิดปกติ และถ้าคุณรู้สึกว่ากำลังมีปัญหาคุณจะต้องเผชิญหน้ากับคนๆนั้นและถามเพื่อขอคำอธิบาย และถ้าคุณไม่ได้รับคำตอบที่สามารถยอมรับได้และสถานการณ์ดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป คุณก็จะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง คุณคงไม่ต้องการเสียเวลาอันมีค่าของคุณไปกับความสัมพันธ์ที่มีท่าทีจะล้มเหลว...

 

5. คิดแบบหมกมุ่น...

คุณเป็นพวกขี้ตระหนกหรือเปล่า? ถ้าใช่, อย่าปล่อยให้มันมาทำลายความสัมพันธ์ของคุณกับเดทในฝันนั้น คุณเริ่มวิตกกังวลในสิ่งที่เขาหรือเธอพูดหรือปฏิกิริยาตอบกลับจากคำพูดนั้นๆ คุณกำลังวิตกกังวลว่าความสัมพันธ์กำลังเคลื่อนไหวเร็วหรือช้าเกินไป หรือความสัมพันธ์นั้นๆไปได้สวยหรือไม่? และเพื่อนหรือครอบครัวคิดถึงเรื่องนี้อย่างไรและอื่นๆ คุณจะต้องเข้าใจให้ชัดเจนว่านิสัยการหมกมุ่นดังกล่าวนี้เป็นมือสังหารความสัมพันธภาพอย่างแท้จริง ให้พยายามสร้างความมั่นใจในตัวเองขึ้นสักหน่อยและเชื่อว่าความสัมพันธ์นี้จะไปได้สวย และในจังหวะก้าวที่ทั้งคุณและคู่ของคุณพึงพอใจ...

 

6. การซักถาม...

คุณอยากจะรู้ทุกๆรายละเอียดในชีวิตของใครสักคนมั๊ย? และพยายามจะรู้ให้ได้ในเดทครั้งแรก เอาละ คุณไม่สามารถทำได้ และต้องไม่ใช่ในนัดครั้งแรกหรือแม้แต่ครั้งที่สอง แต่ถ้าคุณมาในคราบของ "พนักงานสอบสวน" เดทใหม่ๆสดๆของคุณก็จะกลายเป็นสิ่งที่น่าเบื่อที่ต้องมาคอยตอบคำถามทุกๆคำถามของคุณและละเลยคุณไปเพื่อมองหาคนอื่น... คุณต้องการมีลูกกี่คน? ย่อมไม่ใช่คำถามที่ดีที่จะใช้ในเดทครั้งแรกแน่ๆ ให้รีแลกซ์และผ่อนคลาย ปล่อยให้เรื่องต่างๆเกิดขึ้นโดยธรรมชาติผ่านการสนทนาแบบธรรมดาๆ ไม่นานคุณก็จะรู้ในสิ่งที่ต้องการรู้เกี่ยวกับเพื่อนคนใหม่ของคุณ ดังนั้นผ่อนคลายเอาไว้และให้สนุกกับเดทใหม่ของคุณ

 

7. แล้วความต้องการของคุณล่ะ คืออะไร?

คุณต้องการมีลูกแต่เขาหรือเธอไม่อยากมี คุณได้บอกเขาหรือเธอหรือยังว่าคุณต้องการลูกหรือไม่หรือคุณเพียงแค่อยากไปกับความคิดของเธอไปจนตลอดชีวิตของคุณ คุณจะต้องสามารถที่จะสื่อสารโดยตรงกับความต้องการของคุณให้ได้นอกเสียจากว่าคุณไม่ต้องการที่จะบรรลุความต้องการเหล่านั้น คุณจะต้องรู้ให้ได้ว่าความต้องการของคุณจริงๆนั้นคืออะไร และความต้องการของเขาหรือเธอว่าคืออะไรก่อนที่จะเริ่มความสัมพันธ์อย่างจริงจัง  เมื่อถึงเวลาที่จะต้องพูดถึงเรื่องความต้องการ คุณจำเป็นต้องยืนยันอย่างมั่นใจ อย่าทำให้เหมือนถูกสั่ง หรือแสดงความต้องการมากเกินไป แต่ให้ทำมันอย่างตรงๆและอย่างชาญฉลาด และถ้าคุณทั้งสองฝ่ายไม่สามารถที่จะตกลงกันได้ในการบรรลุความต้องการเหล่านั้น (ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม) มันก็ถึงเวลาที่จะทำการประเมินความสัมพันธ์นี้อีกครั้ง ไม่ว่าความสัมพันธ์นั้นๆจะเป็นแบบบุคคลต่อบุคคลหรือในเชิงธุรกิจ ความต้องการของทั้งสองฝ่ายหรือทุกฝ่ายจะต้องบรรลุ..

 

8. การสังเวยเทิดทูนเกินไป

คุณเคยพบตัวเองกำลังทำอะไรสักอย่างเพื่อแสดงให้ใครสักคนที่คุณแคร์ว่าคุณจะไม่ทำอะไรนอกเสียจาก? หรือคุณปล่อยให้ตัวเองถูกใช้อย่าง "พรมเช็ดเท้าที่หน้าประตู" โดยทั่วไปแล้วกริยาหรือนิสัยเยี่ยงนี้มากับพวกที่มีความเคารพในตัวเองต่ำ พึงระลึกเสมอว่าในแต่ละความสัมพันธ์ที่ดีมั่นคงทั้งสองฝ่ายจะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และความต้องการของทั้งสองฝ่ายจะต้องบรรลุ และถ้ากรณีนี้ทำให้คุณต้องหันกลับไปทำการประเมินความสัมพันธ์ของคุณใหม่และถ้าคุณรู้สึกไม่ดี ก็ให้ออกมาเสีย มันต้องมีใครสักคนข้างนอกนั่นที่พร้อมจะรักคุณในตัวตนของคุณเอง โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องกระโดดลอดบ่วงไฟเพื่อพิสูจน์มัน...

 

ขอให้โชคดี...

 

 

 

สิบอาการที่บอกว่า พวกเขาโกหก...TEN SIGNS THEY'RE LYING

1. ขยี้ตา...ถ้ามีใครลูบตาหรือขยี้ตากับคนแปลกหน้า มันแสดงให้เห็นถึงการหลอกลวง พวกเขาไม่สามารถที่จะสบตาตรงๆกับคุณได้

2. หลบตาหรือเบนสายตาไปที่อื่น...ถ้าพวกเขาไม่สามารถรักษาการสบตาไว้ได้ แน่ใจได้เลยว่า มันเป็นสัญญาณแห่งการการหลอกลวง, ผิดหรือโกหก การมองด้วยสายตาแข็งกร้าวก็เป็นสัญญาณไม่ดีเช่นกัน การมองด้วยสายตาข่มขู่, เย็นชา มันอาจจะแสดงถึงสัญญาณของแนวโน้มความรุนแรงก้าวร้าวทางกายภาพ...

3. แตะจมูก...อาจจะแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ว่าเสพโคเคนหรือยาเสพย์ติดอยู่ การแตะหรือลูบจมูกนั้นมีวัตถุประสงค์คือต้องการปิดปากหรือปกปิดการหลอกลวง ให้ระวังเอาไว้...

4. การเคลื่อนไหวของนิ้ว และมือที่ถูกซ่อนเอาไว้นอกสายตา คุณไม่สามารถเชื่อใจคนๆนั้นได้ เพราะมือนั้นเป็นตัวแทนแสดงให้เห็นว่าต้องการที่จะหนีจากคุณไป มือที่ถูกซ่อนนั้นบอกความลับและซ่อนเร้น หมายถึงพวกเขาไม่ต้องการที่จะแตะคุณหรือสื่อสารกับคุณ

5. พื้นที่บริเวณคอ ถ้าพวกเขาเกาคอบริเวณใต้ใบหู โดยใช้นิ้วชี้ อาจจะเป็นไปได้ว่าเขากำลังโกหกคุณอยู่ เมื่อใครกำลังโกหกอยู่ อุณหภูมิในร่างกายจะสูงขึ้น ดังนั้นพวกเขาอาจจะกำลังจะยืดคอเพื่อทำให้คอเสื้อหลวม กับผู้ชาย มันก็หมายรวมถึงอาการกระเดือกเต้นขึ้นลงที่แสดงให้เห็นถึงอาการวิตกกังวล อาการขวยเขิน และกลัว (เกิดขึ้นกับผู้หญิงเหมือนกันแต่สังเกตได้ยาก)

6. กำกำปั้น หมายถึงคนๆนั้นมีบางอย่างที่ต้องการปิดบัง ตรงกันข้ามกับการเปิดเผยอุ้งมือที่แสดงให้เห็นถึงท่าทีเปิดเผยและซื่อสัตย์

7. อาการที่แสดงโดยมือ...คนขี้โกหกโดยทั่วไปมักจะไม่ค่อยมีการแสดงออกด้วยมือประกอบการพูดมากนัก แต่สืบเนื่องจากผู้ชำนาญการท่านหนึ่งได้กล่าวเอาไว้ว่า โดยทั่วไปพวกเขาจะเกาติดๆกันห้าครั้ง (ทำไมไม่สี่หรือหกครั้งก็ไม่รู้เหมือนกัน)

8. หน้าหิน "ซ่อน" นักโกหกที่ชำนาญได้เรียนรู้วิธีการควบคุมอาการต่างๆที่แสดงออกมาฟรีๆได้ เช่น การขยายและการหดตัวของนัยน์ตาดำ คนเหล่านี้ได้แก่ ทนายความกับผู้พิพากษา, นักจิตวิทยากับลูกค้าและนักเล่นไฟ่โป๊กเกอร์ บรรดาหนุ่มสาวแสนดีที่กำลังสนใจคุณอยู่ก็อาจจะใส่หน้ากากไม่ยอมเปิดเผยตัวตนต่อคุณก็ได้ สงสัยมั๋ยว่าทำไม? 

9. เสียง เมื่อใดก็ตามที่ใครสักคนกำลังโกหก เสียงของเขาจะสูงขึ้น พวกเขาอาจจะหยุด "นานผิดปกติ" เพื่อที่จะตอบคำถามง่ายๆ การพูดมากเกินไปหรือเร็วเกินไปก็อาจจะบอกให้ทราบถึงว่ากำลังทำผิดอยู่...

มีอยู่ครั้งหนึ่งแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังอ่านผู้คนผิด มีคนที่ซื่อสัตย์และจริงใจคนหนึ่งถูกตั้งคำถามว่า "คุณได้ขโมยของในสำนักงานไปหรือไม่?" หรือ "คุณกำลังโกหกเรื่องความเป็นโสดหรือไม่?" ก็อาจจะทำให้เกิดอาการคล้ายๆกับข้างบนได้เหมือนกัน คนพวกนี้มักจะขี้ตื่น และมักจะรู้สึกไม่ดีเมื่อถูกกล่าวหา...

 

10. การเปลี่ยนแปลง...CHANGE

ให้สังเกตดูการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องใดๆ...ยกตัวอย่างเช่น หญิงที่กำลังนอกใจสามีของเธอและเข้ามาจี๋จ๋ากับคุณ และเมื่อคุณถามเธอว่าทำไมจึงมีรอยจางๆบนนิ้วนางข้างซ้าย หรือทำไมคุณจึงไม่สามารถไปรับเธอที่บ้านได้ในคราวหน้า และเธอก็มีอาการตอบในทันทีลักษณะ...

1. ขยับตัวไปมาบนเก้าอี้ของเธอ พลิกศีรษะไปอีกด้านหนึ่ง

2. นิ่งแข็งเหมือนกับกวางเห็นไฟหน้ารถ

3. กระแอมหรือไอ เพื่อซื้อเวลาหรือแม้แต่อาการสำลัก

4. มองไปทางอื่น กระพริบตาถี่ๆ ปิดปากหรือเกา

5. ตอบคำถามในแบบเหมือนกับท่องจำหรือลื่นไหลเกินไป...

ให้เชื่อสัญชาตญานของคุณ...TRUST YOUR GUT

การมีนัดก็เครียดในตัวมันเองอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณสนใจอีกฝ่ายอย่างจริงจัง แต่ขอให้เชี่อสัญชาตญานของคุณเอง ให้สำรวจดูว่ามันทำให้คุณรู้สึกได้อย่างไร คนที่จริงใจและห่วงกังวลจะทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นได้รับการปกป้อง (ถ้าคุณชอบเขาน๊ะ) และจะปัดหรือรู้สึกขยะแขยง (ถ้าไม่) แต่คุณก็ไม่ควรรู้สึกกลัวจนออกอาการเช่น อาการขนหัวลุกที่บริเวณท้ายทอย หรือเหงื่อเริ่มออกในอุ้งมือ ให้เชื่อสัญชาตญานของคุณเองที่ว่า พวกเขาอยู่ที่นั่นเพื่อทำให้คุณรู้สึกอบอุ่น...

ความฉลาดทางอารมณ์...EMOTIONAL INTELLIGENCE

ความฉลาดทางอารมณ์นั้นเชื่อมสัมผัสกันระหว่างความคิดและความรู้สึก และหนึ่งในความสามารถที่แสดงออกมาก็คือ สัญชาตญาณ เมื่อคุณกำลังมีนัด คุณต้องมี EQ ในเกณฑ์ดี อย่าเป๋ไปเนื่องจากอารมณ์จนลืมที่จะใช้หัวคิด เธอหรือเขาอาจจะเป็นเพียงอีกหนึ่งในหน้าสวยๆหล่อๆ แต่งงานแล้ว หรืออาจจะแย่กว่านั้น การหลงไหลงมงายกำลังมองหาช่องที่จะแทรกเข้ามาในหัวของคุณได้เสมอ.....

edit @ 20 Nov 2008 09:17:33 by นายกิกะบาท

edit @ 20 Nov 2008 09:18:11 by นายกิกะบาท

 

 

ต้องขอโทษเพื่อนๆที่ติดตามผลงานผมอยู่...ไม่รู้มีกี่คนเหมือนกัน สองสามวัน บิวซี่มากๆ แต่ก็ยังพอมีเวลาหาเกร็ดพงศาวดารเกี่ยวกับศิลปะการออกเดทที่พวกฝรั่งเขาเขียนเอาไว้มาแปล ผมเองหลังจากอ่านแล้วก็อยากจะนำมาเผยแพร่เพราะบางประเด็น ก็ ใช่เลย เคยประสบมาเหมียนกัลลลล ....มันค่อนข้างยาว เลยขอแบ่งเป็น 2 parts ก็แล้วกัน... 

  

10  วิธีที่จะรู้ว่าเชื่อใจคนที่กำลังนัดกันอยู่ได้หรือไม่?

 

เอาล่ะ หลังจากคุณได้คุยกับใครบางคนมาได้สักระยะหนึ่ง บางคนอาจจะเริ่มจากการแช็ทหรือเว็บไซต์เกี่ยวกับการออกเดท และกำลังนัดพบกัน คุณคงจำได้ว่า ฆาตกรโรคจิตที่ฆ่าหั่นศพด้วยเลื่อยยนตร์ มักจะแสดงออกภายนอกด้วยท่าที "สุภาพ อ่อนโยน" หรือการที่ หญิง "ร้อน" ที่กลายมาเป็นหญิงที่แต่งงานแล้วและหักอกคุณ คุณจึงสงสัยว่าทำอย่างไรจึงจะเชื่อใจคนเหล่านี้ได้...

 

สังเกตุและสังเกตุ....

เป็นเรื่องที่ดีที่จะดูแลตัวเอง ในเมืองฝรั่งมีเว็บไซต์หลายเว็บที่ให้ข้อมูลที่ดี ระหว่างที่คุณกำลังมีนัด เพราะคนพวกนี้จะทำการสอบสวนอย่างรอบคอบ เสนอแหล่งข้อมูลต่างๆ บทความ คำแนะนำ สินค้าและหนังสือต่างๆ และทำการติวคุณถึงเรื่องวิธีเอาตัวรอดเพื่อการผ่านพ้นเหตุการณ์ต่างๆไปให้ได้ การจะเลือกใครสักคนอย่างไรให้เหมาะกับคุณ แม้กระทั่งช่วยคุณจัดเตรียมการมีนัด ความสัมพันธ์ และเคล็ดลับเพื่อความปลอดภัยและอื่นๆ คุณสามารถหาได้ว่าคนๆนั้นแต่งงานหรือยัง เขาอาศัยอยู่ที่ไหนและกับใคร มีประวัติอาชญากรรม พฤติกรรมทางเซ็กส์ ปัญหาด้านการเงิน ติดยาหรือไม่ และอื่นๆ นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้มันกับที่ทำงานของคุณได้เพื่อตรวจสอบว่าคนที่กำลังจะจ้างนั้นมีปัญหาอะไรมาก่อน...

 

สังเกตพฤติกรรมที่ไม่มีคำพูดของเขาหรือหล่อน(ภาษากาย)...

เมื่อคุณอยู่กับใครสักคน ให้ทำการสังเกตอากัปกริยาที่ไม่มีคำพูดของเขาหรือหล่อน อย่าลืมว่าเราติดต่อสื่อสารกันกว่า 90% แบบไม่มีคำพูด ผ่านทาง ท่าที, การแสดงออก, ท่าทาง หรือโทนเสียง ฯลฯ ถ้าสิ่งที่เขากำลังพูดเช่น "ฉันโสด" ไม่ได้เข้ากันได้กับท่าทีของเขาที่แสดงออกมาว่า "กรูกำลังโกหก" ก็ขอให้เชื่อท่าทีมากกว่าคำพูดได้เลย

 

เหตุผลง่ายๆก็คือ ท่าทีที่ไม่มีคำพูดจำนวนมากนั้นไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของคุณ การขยายของม่านตา ลูกกระเดือก(ผู้ชาย)เต้นขึ้นลง หรือแม้แต่ในกรณีของ อาการคัน hives เราไม่สามารถที่จะควบคุมสำนึกเหล่านี้ได้

 

สัญชาติญาณ ความรู้สึก THE GUT FEELING

หลายๆอาการที่แสดงออกแบบไม่มีคำพูดนี้ เช่น ลูกกระเดือกเต้นขึ้นลง เป็นเรื่องของการหดตัวของกล้ามเนื้อ ที่เกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติ vagus nerve ที่ไม่สามารถควบคุมได้ เป็นเส้นประสาทที่เชื่อมระหว่างสมองกับลำไส้ อันเป็นที่มาของสัญชาตญาณความรู้สึกหรือ gut feelings เราถือว่าสัญชาตญานนี้เป็น "สมองที่สอง" ของเรา ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณรู้สึกประสาทผวาก่อนที่จะกล่าวสุนทรพจน์ คุณอาจจะรู้สึกปวดหัวตุบๆ หรืออาจจะถึงขั้นอาเจียน และนั่นก็คืออีกเหตุผลหนึ่งที่ยาชนิด ระงับประสาท (ทำงานโดยตรงกับสมอง) มักทำให้เกิดอาการข้างเคียงเช่น อาการท้องร่วงหรือท้องผูก อันเป็นผลโดยตรงต่อลำไส้

 

สิบอาการที่บอกว่า พวกเขาโกหก...TEN SIGNS THEY'RE LYING

1.ขยี้ตา

2.หลบตาหรือเฉไฉไปมองทางอื่น

3.แดะจมูก

4.การเคลื่อนไหวของนิ้ว

5.พื้นที่บริเวณคอ

6.กำกำปั้น

7.ภาษามือ

8.หน้าตาย

9.เสียง

10.การเปลี่ยนแปลง

ติดตามคำอธิบายทั้งสิบข้อพรุ่งนี้ คับบบบ...

edit @ 19 Nov 2008 08:18:06 by นายกิกะบาท